slideshare

slideshare

Advertisements

วิธีทำคัพเค้ก

คัพเค้กส้ม : Orange Cupcakes


 

 

คัพเค้กส้มแมนดารินเป็นสูตรเค้กส้มในตำนานที่อร่อยมาก เนื้อเค้กเป็นเนื้อสปันจ์ที่ฟูนุ่มกำลังดี ทำครั้งแรกก็อร่อยแล้ว ก็เลยมีครั้งต่อๆมาอีกหลายครั้งตามคำเรียกร้อง สูตรมาจากคุณวรรณ A Little Catz

 

..มาเริ่มทำกันเลยดีกว่า..

 

สูตรสปันจ์ส้ม (1 สูตรได้คัพเค้กประมาณ 18 ถ้วย)

แป้งเค้ก 100 กรัม

น้ำตาลป่น 80 กรัม

น้ำ 40 กรัม

นมข้นจืด 40 กรัม

เนยสด 80 กรัม

เกลือ 1/4 ช้อนชา

ผงฟู 1 ช้อนชา

เอสพี 10 กรัม

กลิ่นส้ม 1/2 ช้อนชา

ไข่ไก่เอบร์ 0 3 ฟอง

 

 

วิธีทำ

1. ร่อนแป้ง ผงฟูเข้าด้วยกัน อุ่นเตาอบไว้รอโดยใช้ไฟบน-ล่าง 175 องศา

2. น้ำตาล+เกลือ ไข่ น้ำ นม แป้งที่ร่อนแล้ว เทรวมกัน แล้วตีด้วยความเร็วต่ำ 1 นาที

3. ป้ายเอสพีที่หัวตระกร้อ แล้วตีด้วยความเร็วสูง 7 นาที ระหว่างนี้ปาดอ่าไปด้วย

4. เมื่อครบ 7 นาทีแล้วลดความเร็วเป็นต่ำ 1 นาที ใส่กลิ่นส้มผสมไปกับเนยละลายที่อุ่นๆ ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป โดยทยอยใส่เนยละลายทีละช้อน แล้วตีต่ออีก 2 นาที และตีสูงอีก 20 วินาที ปิดเครื่อง

5. ใช้พายปาดอ่างให้ส่วนผสมเข้ากันอีกที แล้วเทลงถ้วยคัพเค้กประมาณ 3/4 ของถ้วย นำเข้าอบประมาณ17-20 นาที จนสุก เวลาที่ใช้ขึ้นกับเตาแต่ละรุ่นนะคะ

 

 

 

ส่วนผสมหน้าส้ม

น้ำ 200 กรัม

น้ำส้มเข้มข้น (ควรใช้รสแมนดารินนะคะจะให้รสและสีที่สวยกว่าโดยไม่ต้องเติมสีค่ะ) 35 กรัม

น้ำตาล 70 กรัม

แป้งกวนใส้ 20 กรัม

เนยจืด 25 กรัม

 

วิธีทำ

ผสมทุกอย่างรวมกันยกเว้นเนย กวนด้วยไฟอ่อน คนด้วยตระกร้อมือตลอดเวลาจนส่วนผสมเริ่มข้น เห้นรอยตระกร้อ อย่ารอให้ข้นมากเพราะพอเย็นแล้วหน้าส้มมันจะข้นขึ้นอีก ฉะนั้นพอเห็นรอยตระกร้อให้ปิดไฟทันที แล้วใส่เนย คนให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็นแล้วราดลงบนคัพเค้ก

 

อันนี้เป็นแบบเค้กชิ้นค่ะ

 

แบบเต็มปอนด์ค่ะ

ร้านคัพเค้ก

1.Cupcake Carousel

ร้านคัพเค้กโฮมเมดสไตล์อเมริกันแห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ จากวัตถุดิบชั้นดีนำเข้ามาโดยตรงทั้งช็อคโกเลตหรือวานิลลา ทำให้ลูกค้ามั่นใจถึงคุณภาพของคัพเค้ก จากร้าน Cupcake Carousel รวมถึงคัพเค้กที่ทำวันต่อวัน เลือกความสดใหม่ ใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอนการทำอย่างเต็มที่คะ ทำเอาคนรักคัพเค้กหลงใหลได้ปลื้มเป็นที่สุด เมนูแนะนำของทางร้าน :Blueberry Cream Cheese Pie, Boston Cream Pie, Chocolate-Chip Banana, Double Chocolate

2.Cupcake  Love 
ร้านเค้กรสชาติดังเดิมจากอเมริกา การันตีความอร่อยจากรางวัลชนะเลิศ Cupcake Wars ทางช่อง Food Network
แถมยังเป็นร้านเค้กที่ส่งเสียงดังที่สุดใน Facebook มีแฟนเพจติดตามเป็นหมื่น โดยร้านนี้มีเมนูปลัดเปลี่ยนให้เลือกตามเทศกาล เลือกตามความชอบของลูกค้าได้อย่างไม่น่าเบื่อ สำหรับเมนูคัพเค้กแนะนำ Red velvet, Ultimate chocolate, Ohayo green tea, It’s carrot, Sweet lemony, Strawberry delight, Italian mocha

3.Pandora Bakeshop
ร้านคัพเค้กสไตล์อเมริกันที่นำสูตรมาพัฒนา และปรับปรุงใหม่ได้อย่างลงตัวให้ถูกปากคนไทยอย่างเรา ละมุนลิ้นแบบไม่หวานจนเกิน สำหรับคนที่เป็นห่วงเรื่องน้ำหนักก็ไม่ต้องกังวลเลยคะ เนื่องจากส่วนผสมสำคัญอย่างวิปปิ้งครีมทางร้านเลือกใช้แบบ Non-fat ตกแต่งเค้กหน้าตาหลากหลายสไตล์กว่า 30 แบบไม่ซ้ำหน้าเลย นอกจากเค้กที่โดดเด่นเป็นตัวเรียกลูกค้า บรรยากาศของร้านที่ตกแต่งแบบสไตล์เรียบง่าย ดูอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านตัวเองอย่างนั้นเลยละคะ เมนูแนะนำ: Red Velvet, Swiss Chocolate, Blueberry Bush

4.Hi-Tim ไฮทิม
ผู้ที่หลงรักขนมหวานและกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ต้องไม่ปฏิเสธร้านนี้อย่างแน่นอน ร้านเบเกอรี่โฮมเมดอย่าง ร้านไฮทิม (Hi Tim) ยินดีเปิดให้บริการแล้วคะ เมนูคัพเค้กที่มีหลายรสชาติ วัตถุดิบชั้นดีที่ทางร้านเลือก เสิร์ฟให้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบคัพเค้กโดยตรง “The Real American Experience” คอนเซ็ปต์ที่เน้นรสชาติต้นตำรับ บวก กับความใส่ใจในทุกรายละเอียดมาเป็นเมนูต่างๆน่าลองทานเป็นอย่างยิ่ง เมนูแนะนำ: คัพเค้กหลากหลายชนิด เลือกให้เข้ากับคนรักสุขภาพก็มีนะคะ

5. Made by Jelly Jan 
ร้านนี้เรียกว่าทำด้วยใจรักจริงจริงคะ จากแนวความคิดของเจ้าของร้าน แจน-นวณัฐ ศรียุกต์สิริ ที่บรรดาเหล่าคนดังต่างขนานนามว่าเธอเป็น “Cupcake Girl” แห่งประเทศไทย ด้วยความชื่นชอบเรื่องการทำขนมและเรียนจบด้านนี้มาโดยตรง และใช้ social network เป็นหน้าร้าน เพื่อทำความรู้จักกับลูกค้า และติดใจในคัพเค้กของ Made by Jelly Jan อย่างถอดตัวไม่ขึ้นในเวลารวดเร็ว แว่วมาว่าอีกไม่นานMade by Jelly Jan จะเปิดกน้าร้านอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเป็นแหล่งสนทนาตามประสาคนรักคัพเค้กคะ
เมนูแนะนำ: บานาน่าช็อคโกแลต และ คัพเค้กวานิลลา

VDOคัพเค้ก

คัพเค้ก

ประวัติของคัพเค้ก

 ที่มาของ Cupcake

ปัจจุบัน Cupcake เป็นที่นิยมมาก เพราะตกแต่งสวยงามน่าทาน จริงๆแล้ว คัพเค้ก (Cupcake) เริ่มมาจากไหนกัน เพราะอะไรถึงเรียกอย่างนี้

“cupcake” ถูกพบครั้งแรกในปี 1828 ในหนังสือ Eliza Leslie’sReceipts cookbook ในช่วงต้นศตวรรรษที่ 19 มีการเขียนทั้งแบบ Cup cake และ Cupcake เดิมที่สมัยก่อนจะอบ Cupcake ในถ้วยกระเบื้องกัน

คัพเค้ก ( Cupcake ) เริ่มแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ราวช่วงต้นศตวรรษที่ 19 คิดขึ้นมาเพื่อต้องการประหยัดเวลาในการทำจีงได้คิดทำเค้กเป็นถ้วยๆขึ้นมา ซึ่งจริงๆต้นกำเนิดแล้วคำว่า Cupcake นั้น นักประวัติศาสตร์ด้านอาหารคิดว่าน่าจะมาจาก 2 ทฤษฏี คือ

  • มาจากการทำเค้กในถ้วย จึงเรียกว่า คัพเค้ก (Cupcake)
  • มาจากเวลาทำเค้กชนิดนี้ มาตราส่วนในการตวงใช้ เป็นถ้วย จึงเรียกว่า คัพเค้ก (Cupcake)

จริงๆแล้ว เริ่มแรกของเค้กชนิดนี้ เดิมเรียกว่า “ Number Cake , 1234 cakes , quarter cakes ” เพราะว่ามันง่ายในการจำสูตรในการทำ เนย 1 ถ้วย , น้ำตาล 2 ถ้วย , แป้ง 3 ถ้วย , ไข่ไก่ 4 ฟอง , นม 1 ถ้วย ,ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกันอบเสร็จก็กลายเป็น Cupcake แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนา Cupcake โดยส่วนผสม,รูปร่าง,การตกแต่ง ที่หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย

คัพเค้ก (Cupcake) ทำง่าย สะดวกรวดเร็วกว่า การทำเค้กทั่วไปที่มีขนาดใหญ่ หลังจากอบเสร็จมีการตั้งเอาไว้ให้หายร้อนในเตาอบ ทำให้เค้กไหม้ มัฟฟินทิน (Muffin tin) จึงได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในช่วงศตวรรษที่ 20 ถือเป็นช่วงในการเริ่มต้นทำ Cupcake ในถ้วยอลูมิเนียม , ถ้วยกระดาษสีสวยๆที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทำให้ คัพเค้ก ( Cupcake) ได้รับความนิยมอย่างมากมายในปัจจุบัน มีร้านขาย Cupcake เปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คัพเค้กยอดนิยม ก็ยังคงเป็นรสวานิลา (Vanilla)) และช็อคโกแล็ต ( Chocolate ) ส่วนรสอื่นๆ ก็มี ราสเบอรรี่ เมอแรง (raspberry meringue) ,เอสเพลสโซ่ ฟรัดจ์ (Espresso fudge)

อุปกรณ์ที่สำคัญในการทำคัพเค้กคือ

1. พิมพ์และถ้วยกระดาษ ( paper line) พิมพ์มีหลายแบบ เช่น ถ้วยอบเค้กรูปดาว พิมพ์ถาดมัฟฟิน พิมพ์ชนิดถอดได้ พิมพ์พาย ฯลฯ ส่วนถ้วยกระดาษที่ใช้ก็มีหลายขนาด หลายสีให้เลือก แล้วแต่ความชอบ (ในสูตรที่จะเขียนจะใช้ถ้วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 1/2 นิ้ว หรือ 3 นิ้ว) อุปกรณ์สามารถหาเลือกซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วไป

2. ช็อกโกแลต (chocolate) ในการทำคัพเค้ก(แบบเค้กช็อกโกแลต)ใช้ทั้ง dark chocolate, milk chocolate, white chocolate

dark chocolate คือ ช็อกโกแลตที่ไม่ได้เพิ่มนมเป็นส่วนประกอบ ซึ่งบางครั้งก็ถูกเรียกเป็นช็อกโกแลตธรรมดา แต่ว่าทางรัฐบาลสหรัฐฯ เรียกเป็นช็อกโกแลตหวาน และกำหนดให้มีส่วนผสมของช็อกโกแลตเหลวบริสุทธิ์เข้มข้น 15% แต่ทางยุโรปได้กำหนดให้มีส่วนผสมของเมล็ดโกโก้อย่างน้อย 35%

milk chocolate คือ ช็อกโกแลตที่ผสมนมหรือ นมข้นหวาน รัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดว่าหากจะเรียกว่าช็อกโกแลตนม ต้องมีส่วนผสมของช็อกโกแลตเหลวบริสุทธิ์เข้มข้น 10% แต่ทางยุโรปได้กำหนดให้มีส่วนผสมของเมล็ดโกโก้อย่างน้อย 25% ช็อกโกแลตชนิดนี้มีส่วนผสมของเนยโกโก้ ( cocoa butter) นม และยังเพิ่มความหวานและรสชาติลงไปด้วย ช็อกโกแลตนมนี้ใช้สำหรับแต่งหน้าขนมได้เป็นอย่างดี ช็อกโกแลตนมที่ทำในประเทศสหรัฐฯ ต้องประกอบด้วยน้ำช็อกโกแลตอย่างน้อย 10% และนมที่ไม่ได้เอามันเนยออก 12%

white chocolate คือ ช็อกโกแลตชนิดนี้มีส่วนผสมของเนยโกโก้ แต่ไม่มีโกโก้ที่อยู่ในรูปของไขมัน แต่จะประกอบไปด้วยน้ำตาล เนยโกโก้ นมสด และใส่กลิ่นวานิลลาลงไปด้วย ช็อกโกแลตขาวนี้จะแตกหักง่าย หากเป็นของปลอมจะทำมาจากน้ำมันพืชมากกว่าเนยโกโก้

3. ผลไม้ที่นิยมแต่งหน้าคัพเค้ก คือ ผลไม้ที่ออกรสเปรี้ยวอมหวาน กินแล้วสดชื่น

เชอร์รี่ เพราะสีสดใส รูปทรงอ่อนช้อย อีกทั้งรสหวานอมเปรี้ยวพอดี

บลูเบอร์รี่ ใช้กับเค้กหลายชนิด อีกทั้งกินสดๆแนมกับเค้กได้ดี

ราสเบอร์รี่ มีลูกสีแดงสด มีรสเปรี้ยวนำตามด้วยหวานกลิ่นหอม

สตรอว์เบอร์รี่ มีสีแดงกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นผลไม้แห่งฤดูร้อน รสชาติเปรี้ยวหวาน

ส้ม มีรสเปรี้ยวอมหวานที่ค่อนข้างเข้มข้น

การผึ่งคัพเค้กให้เย็น ( cooling cupcakes)

เมื่อขนมสุกดี ยกออกจากเตา แล้วทิ้งไว้ในพิมพ์นาน 5 นาที แล้วจึงคว่ำออกจากพิมพ์ วางพักบนตะแกรง